สมัยนี้ใครๆ ก็นิยมการ Featuring....ประมาณว่าเพลงเดียว ได้ฟังนักร้องถึงสองคนประมาณนั้น Cool ของเราก็เช่นกัน...อยากไปเห็นภูเขาไฟฟูจิ และขอเจอใบไม้เปลี่ยนสีด้วยเลยได้มั้ยยย !?
 
โอเค จัดไปค่ะ...จากการหาข้อมูลแล้ว การที่เราจะไปชมภูเขาไฟฟูจิเนี่ยย มันมีจุดชมอยู่ได้หลายจังหวัดด้วยกัน เพราะภูเขามันใหญ่ และสามารถเห็นได้จากไกลๆ โดยจุดที่สำคัญอยู่ในบริเวณ 5 ทะเลสาบ ซึ่งกระจายอยู่ไปแต่ละจังหวัด...ทะเลสาบยอดฮิตในการชมภูเขาไฟฟูจิ และมีใบไม้เปลี่ยนสีให้เราชมกันได้เยอะที่สุด คือ 'ทะเลสาบคาวากุชิโกะ' (Kawaguchiko Lake) ตั้งอยู่ทางใต้ของจังหวัด ยามานะชิ (Yamanashi) ห่างจาก Tokyo แค่ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น!
 
เป้าหมาย DAY 1 : ชมภูเขาไฟฟูจิ เที่ยวทะเลสาบคาวากูชิโกะ พัก 1 คืน
 
ในการวางแผนการเที่ยวในแต่ละสถานที่ เราจะต้องลากแผนที่ใน google map เพื่อขอ directions ทั้งทางรถไฟ หรือทางรถบัส ซึ่งใน google map จะบอกทั้งระยะทาง หมายเลขรถ เส้นทางรถไฟ ชื่อสถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุด และระยะเวลาในการเดินทาง ทำให้เราสามารถกะเวลา และช่วยอำนวยความสะดวกในการวางแผนเที่ยวได้ง่ายมากขึ้นมาก!
 

ซึ่งการเดินทางจากโตเกียว ไปยังสถานี Kawaguchiko เนี่ยย มี 2 วิธี คือรถไฟ และรถบัส...ซึ่งเราเลือกเดินทางโดยรถบัสค่ะ เพราะเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกกว่ารถไฟค่ะ
 
แต่ถ้าใครมีบัตร JR PASS สามารถนั่งรถไฟจากโตเกียว ไปยังสถานี Otsuki และต่อรถไฟสายเอกชน (ซึ่งไม่รวมในบัตร JR Pass จะต้องจ่ายเพิ่มค่ะ) จาก Otsuki ไปลงสถานี Kawaguchiko Station ได้ค่ะ
 
ตรวจสอบราคาค่ารถไฟจาก www.hyperdia.com Cool
 
ส่วนการเดินทางโดยรถบัส จากสถานี Shinjuku - Kawaguchiko เดินตามพวกเราไปได้เลยค่ะ
 
แต่เดี๋ยวนะ เดี๋ยวๆๆๆ....ก่อนอื่นหาทางออกจากสนามบินให้ได้ก่อนมั้ย!???
 
วิธีออกจากสถานี Haneda Airport เข้าเมืองโตเกียวไปยังสถานีสำคัญต่างๆ
 
เราเดินทางด้วยการสายบิน aasX จากภูเก็ต - กัวลาลัมเปอร์ - ฮาเนดะ (โตเกียว) ถึงเวลาประมาณ สี่ทุ่มครึ่ง...ซึ่งจริงๆ แล้วยังพอมีรถเข้าเมืองอยู่ค่ะ แต่เราไม่อยากเสียค่าที่พักโดยไม่จำเป็น เลยเลือกนอนสนามบินมันนี่แหละ [ตามสเตปค่ะ เราว่าจะทำ record กันแล้วนะเนี่ยว่านอนสนามบินที่ไหนสบายที่สุด ฮ่าๆ] สนามบินฮาเนดะตอนกลางคืน ค่อนข้างจะเงียบ ทำให้นอนสบายเหมือนกันนิ Cry
 
 
วันที่ 13 Nov วันแรกของการเดินทางที่ญี่ปุ่น เราตื่นมาที่สนามบินฮาเนดะ พร้อมกับประชากรที่เริ่มมานั่งดูเรานอน! [อืม ครือชาวบ้านเค้าก็ออกจากบ้านกันแล้วเนอะ แต่พวกเรายังไม่ตื่น ฮ่าๆ] เมื่อประชากรพร้อมเราตื่นมาล้างหน้าล้างตา เตรียมพร้อมรับอากาศหนาวตอนเช้าๆ กันตอนประมาณ 7 โมงเช้า เพื่อเตรียมตัวเดินทางนั่งไปดูภูเขาไฟฟูจิแบบใกล้ๆ ....
 
แต่เช้าวันนี้ เหมือนโชคเราจะดี....เราสามารถเห็นภูเขาไฟฟูจิจากสนามบินกันเลยค่ะ ถึงแม้จะเป็นแบบไกลลิบๆ ก็ตาม เราถือว่ามันคือโชคดีของเรา Smile
 
 
 
การเดินทางจากสนามบิน HND เข้าเมืองนั้นมีหลายวิธีด้วยกันค่ะ เอาวิธีที่นิยมนั้นมี 2 แบบคือ
 
1. การนั่งรถไฟ Monorail จากสนามบินไปยังสถานี Hamamatsu โดยเราสามารถไปต่อรถไฟไปยังสถานีอื่นๆ ได้จากสถานนี้เลยค่ะ
2. การนั่งรถไฟเอกชนสาย Keikyo Railway จาก สนามบิน ไปยังสถานี Shinagawa [รถไฟสายนี้จะวิ่งระหว่างสนามบินนาริตะ กับฮาเนดะค่ะ หรือเรียกอีกอย่างคือ สาย Asakusa Line เพราะวิ่งผ่านสถานี Asakusa ด้วยค่ะ]
 
โดยปลายทางของรถไฟทั้งสองแบบ ทั้งสถานี Hamamatsu และ Shinagawa นั้นจะอยู่ในเส้นทางรถไฟ JR Yamanote Line ซึ่งเป็นรถไฟสายหลักเป็นวงกลม วิ่งผ่านสถานีสำคัญๆ ของโตเกียวค่ะ
 
 
หลังจากเราเช็คเวลาและตารางเดินรถแล้ว...วิธีที่เหมาะกับเราที่สุดคือ การนั่งรถไฟสาย Keikyo Railway ไปเปลี่ยนรถไฟที่ Shinagawa Stn. เพื่อต่อรถไฟ JR ไปยังสถานี Shinjuku Stn. (รถบัสที่จะไป Kawaguchiko ตั้งอยู่ที่สถานี Shinjuku ค่ะ)
 
Haneda Airport - Shinagawa Stn. (Keikyo) - Shinjuku Stn. (JR)
 
 
การซื้อตั๋วรถไฟ เราสามารถซื้อได้ที่ตู้ขายตั๋ว โดยดูราคาตามป้ายที่บอกค่ะ (ตามรูป) เช่น ถ้าไปลงแค่ Shinagawa ก็จ่ายค่า 400Y แต่ถ้าไปต่อถึง Shinjuku ก็จ่าย 590Y ค่ะ...การเลือกซื้อตั๋วให้เลือกราคาเป็นหลักค่ะ จะได้ตั๋วออกมาเป็นแบบนี้!
 
 
ได้ตั๋วพร้อมแล้ว [อ่านไม่ออกหรอก แต่คิดว่าถูก ฮ่าๆ] ให้เดินตามป้ายลงไปเรื่อยๆ ค่ะ...ป้ายที่ญี่ปุ่นค่อนข้างบอกชัดค่ะว่าไปทางไหน
 
ตอนเช้าๆ ยังสดใสๆ มีแรงแบกกระเป๋าได้สบายๆ ตื่นเต้นๆ เป้คนละ 10 กิโลเลยนะนั่น เหอๆ Wink
 
 

 

 
ตอนขึ้นรถไฟช่วงๆ เช้าๆ จากสนามบินคนยังไม่เยอะมากค่ะ...แต่พอเริ่มๆ จะเข้าเมือง คนแน่นมากกก....ใช้เวลาประมาณ 20 นาที เราไปลงที่สถานี Shinagawa เพื่อเปลี่ยนสถานีรถไฟไป Shinjuku ค่ะ ทีนี้ละ....กลายเป็นอิสาวหลงกรุงเลย นี่มันช่วง Rush hour ชัดๆ เราถึงต้องหยุดนิ่งเพื่อปล่อยให้ฝูงชนหัวดำๆ ชุดดำๆ เดินผ่านไปหให้หมดก่อน เราถึงได้ขยับ แหม๋...มันตื่นตาตื่นใจจริงๆ คนเยอะมากก เพราะสถานี Shinagawa เป็นสถานีใหญ่ที่รถไฟผ่านหลายสายค่ะ Embarassed
 
เราซื้อตั๋วยาวไปถึง Shinjuku แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องออกไปซื้อใหม่ ผ่านเข้าไปยังสถานี JR เพื่อเข้าเส้นทาง JR Yamanote Line กันเลยค่ะ Cool
 
 
เรานั่งรถไฟไปลงที่สถานี Shinjuku เพื่อไปยังสถานีรถบัสไปยัง Kawaguchiko ค่ะ สามารถดูรายละเอียดตารางเวลา และจองตั๋วล่วงหน้าได้ที่่นี่

http://highway-buses.jp/fuji/
 
เวบนี้เปิดจองล่วงหน้า 30 วันนะคะ โดยจองผ่านเวบไซต์แล้วปริ้นท์ไปจองออกมา ไม่ต้องจ่ายมัดจำใดๆ ทั้งสิ้นค่ะ ให้เอาใบจองไปออกตั๋วก่อนซักประมาณ 1 ชม. ค่ะ
 
เราเดินออกมา จาก Shinjuku Station (West Exit) เดินตามป้าย Keio มาเรื่อยๆ ค่ะ ออกมาถึงทางออก ข้ามถนนมาก็จะเจอตึกที่ขายกล้องหรือมือถือเยอะๆ ค่ะ จุดขายตั๋วจะอยู่ชั้น 1 เลยค่ะ....เราออกมายืนงงกันอยู่พักนึงเพราะอ่านชื่อตึกไม่ออก ก็ถามคนแถวนั้นเอาค่ะ...เจอแล้วก็ไปแลกตั๋วเลยย ราคา 1700Y ค่ะ Cry
 
 
ตอนจองตั๋วมันไม่มีให้เลือก Kawaguchiko Station เราเลยเลือกลงที่ FujiQ Highland เพราะเป็นสถานที่ใกล้กับ Kawaguchiko และราคาเท่ากันค่ะ เลยจอง FujiQ ไป ยังไงมันก็ต้องให้เราไปลง Kawaguchiko ละวะ เพราะใกล้กันและราคารถก็เท่ากันนะ Embarassed
 
 
จองตั๋วรถไว้เที่ยว 09.40 น. แต่ไปถงตั้งแต่ 08.30น. และข้างนอกมันหนาวมาก เลยลงไปนั่งที่พักที่รอรถ อยู่ชั้นใต้ดิน หาอะไรรองท้องกันก่อน Kiss
 
 
รถออกตอน 09.40 น. ตรงเป๊ะ....ญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องตรงเวลาอันนี้เราๆ รู้กันอยู่แล้วถ้าเป็นเส้นทางรถไฟ ซึ่งรถบัสก็ไม่ต่างกันค่ะ...ตามตารางระบุว่า เราจะไปถึง Kawaguchiko Station ตอน 11.32 น. ซึ่งไม่รู้ว่าขับยังไงเหมือนกันแต่ถึงเวลาตรงเป๊ะ ไม่ขาดไม่เกินแม้แต่นาทีเดียว...กราบบบบบบบ Money mouth
 
ภูเขาไฟฟูจิโผล่มาอวดโฉม เรียกความตื่นเต้นระหว่างทางค่ะ
 
 
วันนี้โชคดีค่ะ อากาศดีมาก ฟ้าเปิดตั้งแต่เช้า...ที่พักที่เราจองคือ Kawaguchiko Station INN ซึ่งทำเลดีมากกก เพราะอยู่ตรงสถานีรถไฟ Kawaguchiko Stn. เลยทีเดียว เห็นวิวฟูจิซังกันตั้งแต่หน้าที่พักเลย Undecided
 
เช็ควันว่างและจองตั๋วได้ที่นี่ค่ะ http://www.st-inn.com/english/ เมล์ไปจองด้วยตัวเองดีที่สุดค่ะ :)
 
 
 
เปิดประตูออกมาจากที่พัก ก็จะเจอวิวนี้เลยค่ะ เยี่ยม!!
 
 
ตอนเรามาถึงเกือบๆ เที่ยว แต่อากาศค่อนข้างเย็นค่ะ...เอาของไปเก็บเข้าที่พัก ยังไม่สามารถเช็คอินได้ เพราะที่พักที่ญี่ปุ่นจะเปิดรับเช็คอินตอนบ่ายสองค่ะ
 
เจ้าของที่พักที่นี่คุ้นเคยกับคนไทยเป็นอย่างดี เพราะคนไทยมาพักที่นี่เยอะมากกกค่ะ...และได้อัพเดตข้อมูลให้เราทราบว่าเมื่อคืนนั้น อากาศต่ำสุด 0 องศาจ้า กรี๊ดดดดดดดดด ฟังแล้วหนาวขึ้นมาทันที Foot in mouth
 
 
การเที่ยวบริเวณรอบทะเลสาบ Kawaguchiko ด้วยรถ Retro Bus
 
การเที่ยวบริเวณนี้ใช้บริการรถเมล์ธรรมดา หรือรถเมล์ Retro Bus ที่ไว้สำหรับบริการนักท่องเที่ยว โดยจอดในจุดท่องเที่ยวทั้งหมด 21 สถานี เราสามารถเลือกขึ้น-ลงที่สถานีใดก็ได้ตามจุดจอดรถตลอดทางค่ะ
 
ค่าบริการจะมีเป็นบัตร unlimited pass ขึ้นได้ไม่จำกัดเที่ยว...เราอยู่ที่นี่ตั้ง 2 วัน เพราะฉะนั้นเลยซื้อแบบ 2 days unilimited pass ในราคา 1000เยน....ซึ่งคนขายบอกว่าจะ 1 day หรือ 2 days ก็พันเยนเหมือนกันจ้า อ้าว!
 
โดยจะมีแบ่งเป็น 2 ฟากก็คือฟาก Kawaguchiko Lake กับ Saiko Lake มีทั้งบัตรแยก บัตรรวม แต่ที่นิยมสุดคือ Kawaguchiko ค่ะ ฝั่ง Saiko ไม่ค่อยมีอะไร (มั้ง)....Laughing
 
หน้ารถรถ Retro Bus ค่ะ จะมาจอดตรงหน้าสถานีรถไฟ Kawaguchiko Stn. เลยทีเดียว
 
 
ตอนเราขึ้นเที่ยวแรกรถ Retro Bus เต็มค่ะ แต่เราสามารถใช้บัตร Retro Bus เนี่ยขึ้นรถเมล์ธรรมดาฟรีได้เช่นเดียวกันค่ะ ถ้าสงสัยว่าขึ้นได้รึเปล่า ตอนขึ้นให้โชว์ pass นี่กับคนขับก่อน ถ้าขึ้นไม่ได้เค้าจะบอกเองค่ะ ส่วนใหญ่เท่าที่ขึ้นจะขึ้นได้เกือบทุกคน เพราะรถมันวิ่งเส้นเดียวกัน ยังไงก็ต้องมาลงที่สถานีเดิมค่ะ Cool
 
ป้ายแรกที่เราไปลง คือป้ายที่ 10 Yuransen Ropeway Irigushi Cry [จริงๆ ตอนนั่งรถไปก็จำไม่ได้หรอกว่ามันสถานีไหนแล้วฟร่ะ เห็นวิวสวยๆ แล้วรถจอดก็ลงโลดค่ะ กร๊ากกก]
 
 
สถานีนี้จะมีกะเช้านั่งขึ้นไปดูวิวทะเลสาบด้านบนด้วยค่ะ แต่เราไม่เห็น (มาเห็นเอาตอนกลับ ฮ่าๆ) เราไปเจออย่างอื่นแทน ทำให้เราลืมไปหมดเลยว่าเราต้องไปไหนต่อ Cool
 
.
.
 
เราตื่นเต้นกับใบไม้เปลี่ยนสีมากกกก.....อารมณ์ประมาณว่า โอ๊ยยยยยย สวยจังเล้ยยยย เจอต้นนึงถ่ายรูปกันเกือบชั่วโมง ถ่ายกันแทบจะทุกใบ!! ฮ่าๆๆๆ บ้านนอกเนอะ Surprised
 
ช่วงนี้เราไม่พูดจากันค่ะ ถ่ายรูปอย่างเดียว Embarassed
 
 
 
 
 
 
เราไม่รู้ว่าไอ้ที่เราเห็นเนี่ยยย มันแดงพีครึเปล่า...รู้แต่ว่ามันสวยอ่ะ มันดี มันเริ่ดดด รู้สึกว่าเราจะเริ่มต้นทริปกันด้วยดี ฟ้าฝนเป็นใจไรแบบนี้ ฮ่าๆ Embarassed
 
เดินเพลินจนลืมเวลา จนเริ่มหิวกันแล้ว...อากาศหนาวๆ เราก็พยายามเดินหาร้านราเม็งอร่อยๆ กินบ้าง แต่ไหงสุดท้ายมาสรุปที่มาม่าอ่ะ Foot in mouth
 
 
นั่งกินมาม่าริมทะเลสาบ ท่ามกลางอากาศหนาวๆ นี่มันก็ฟินมิใช่น้อยนะจะบอกให้ Undecided
 
 
กินมาม่าเสร็จก็เกือบบ่ายสามแล้วจ้า...เราเลยตัดสินใจว่านั่งไปลงสถานีที่ 21 สถานีสุดท้ายที่เป็นจุดชมฟูจิซังได้ชัดที่สุดค่ะ...กลับมาขึ้นรถ Retro Bus จากสถานที่เดิมที่ลงรถเมื่อกี้ค่ะ แล้วนั่งต่อไปจนสถานีสุดท้าย Kawaguchiko Natural Living Center จะเห็นวิวฟูจิซังแบบนี้ Cool
 
 
นั่น...เมฆมาบังซะงั้น Laughing
 
ใจเย็นๆ นั่งคอยไปซักพัก ฟูจิซังก็เริ่มโผล่หน้ามาทักทายพวกเราค่ะ...ฮัลโหลวววววว Cool
 
 
เราเคยเห็นภูเขาไฟฟูจิตามรูป ตามร้านอาหาร ตามโปสเตอร์มาเยอะแยะแล้ว การได้มาเห็นของจริง มันยิ่งใหญ่กว่าในรูปมากนัก...ถึงจะแอบคิดว่าในรูปสวยกว่าอีกอ่ะ แต่ตัวจริง และการได้มาเห็นด้วยสายตาตัวเอง มันรู้สึกยิ่งใหญ่กว่านะ Money mouth
 
 
 
ช่วงฤดูหนาวท้องฟ้าจะปิดเร็วมากค่ะ...ซักประมาณ 4 โมงเย็น เราเลยนั่งรถวกกลับมาที่สถานี 16 Kawaguchiko Craft Park ซึ่งตอนนั่งรถขาไป เราจะเห็นว่ามันมีตลาด และคนเยอะมั่กๆ เลยตกลงกันลงที่สถานีนี้เป็นสถานีสุดท้ายของก่อนกลับค่ะ Cool
 
มีของกินด้วย เล็งไว้ก่อนๆ
 
 
ตรงนี้ก็อยู่ริมทะเลสาบเช่นกัน เดินไปทางทะเลสาบ ก็สามารถชมวิวฟูจิซังได้จากที่นี่เช่นเดียวกันค่ะ
 
 
แต่เราเดินได้ไม่ทันไร อากาศก็เริ่มเย็น และแสงจะหมดแล้ว......ช่วงฤดูหนาวแค่ประมาณ 4.30 โมง ก็เริ่มมืดแล้วค่ะ และพอแดดหมด อากาศก็็หนาวลดลงอย่างรวดเร็ว!
 
 
 
สรุปว่ายังไม่ทันได้เดินตลาด ก็มืดซะก่อน...และอากาศลดลงอย่างรวดเร็ว เราก็แต่งตัวไม่พร้อมสำหรับอากาศหนาวมากๆ แบบนี้ด้วย เลยรีบเดินกลับมารถรอเพื่อกลับที่พักกันก่อนค่ะ....เพราะเรายังมีเวลาพรุ่งนี้อีก 1 วันสำหรับเที่ยวบริเวณนี้อีกซักรอบ และจะได้เตรียมตัวให้พร้อมกว่านี้!
 
แล้วกลับมาเที่ยวรอบๆ Kawaguchiko Lake กันอีกรอบแบบละเอียดๆ กันอีกทีเอ็นทรี่หน้านะคะ จะขอยกรีวิวเรื่องที่พักไปรอบหน้าด้วยน๊า Cool
 
ปล..อากาศหนาวกว่าที่คิดไว้มาก ช่วงค่ำๆ อุณหภูมิลดลงเหลือประมาณ 4 องศาค่ะ....หน้าชา Tongue out