Lost in Korea | DAY 3 Korail Help Me

posted on 12 May 2012 11:25 by bemycha in Travelling directory Lifestyle, Travel, Diary
การเดินทางในเกาหลีวันที่ 3...ถือเป็นการเดินทางแบบจริงจัง เพราะเราต้องออกจากโซลกันแล้ว...ตามแพลนวันนี้ เราเดินทางออกจากโซล ไปเกาะนามิ (Nami) แวะกินไก่ทัคคาลบิที่ชุนชอน(Chuncheon) ไปสุดท้ายที่ชอกโซ (Sokcho) เป็นการเดินทางข้ามผ่าน 3 เมืองใน 1 วัน พร้อมกับเป้บนหลังอีก 10 กิโล ในสภาพที่ช่วงล่างหละหลวม เข่าพร้อมหลุดอยู่ตลอดเวลา! แต่ยังไงก็สู้ตายค่ะ Cool
 
/me ชูสองนิ้ว พร้อมปาดเหงื่อ ฮึ่บๆ Foot in mouth
 
/me ขอวิ่งไปเปิดตารางการเดินรถก่อน เพราะจำได้แค่ว่าเปลี่ยนสถานี metrol กันหลายสาย แถมเปลี่ยนไปนั่งรถไฟ Korail itx ต่อด้วยแท๊กซี่ เรือ และรถประจำทาง.....นอกนั้นขึ้นลงตรงไหน ข้าน้อยจำไม่ได้ แหะๆ Kiss
 
เราเช็คเอ้าท์จาก Namsan Guesthouse ในสภาพที่แทบจะกลิ้งตกเขา [ถ้าใครอ่านของ Day 1 จะรู้ได้ว่าอิเกสท์เฮ้าสท์นี่ขาขึ้นมันทำเราทรมานขนาดไหน ซึ่งขาลงมาก็ไม่ต่างกันหรอกจ๊ะ หึหึ] และการเดินทางวันนี้ทำเรามึนมาก ขึ้นผิด ลงถูก งงๆ กันไปตลอดทาง เหอๆ
 
เป้าหมายแรกของเราคือนั่ง metrol ไปลงสถานี Cheongngangni Station เพื่อต่อรถไฟ itx ไปเกาะนามิค่ะ
 
 
 แต่ใครจะรู้ว่าอิ Line 1 Dongdaemun นี่มันก็ไปต่อจนถึง Cheongngangni ได้เหมือนกัน แถมเดินขึ้นรถไฟ itx ได้เลยด้วย.....แต่กว่าจะคิดได้ประตูรถไฟฟ้า Line 1 มันก็ปิดใส่หน้าเราแล้ว...โอเคร๊ ไปตามแผนเดิมละกัน Frown
 
เมื่อมาถึง Chongngangni Station เราก็เดินออกมาตามแผนค่ะ ทางออกที่ 4 ออกมาก็จะเจอทางขึ้นไปยังสถานีรถไฟ itx เราเดินดุ่มๆ แล้วต้องมาหยุดพักตรงใกล้ทางขึ้นบันไดค่ะ เพราะเหนื่อยมากก หยุดหอบกันก่อนสิเฮ้ยย วันนี้ข้าวปลาก็ยังไม่ได้กิน จะเป็นลมกันตั้งแต่ยกแรกของวันแล้วเนี่ยยย Tongue out
 
ช่วยกันลากกันมาจนถึงสถานีซื้อตั๋วรถไฟ itx อิช่าจะเป็นลม...ดมยาดมด่วน Foot in mouth นั่งพักหายใจซักครู่ พี่ลิงน้อยก็วิ่งไปซื้อของกิน ซื้อตั๋วที่ตู้จำหน่ายตั๋วกันปกติ [โดยมิได้เฉลียวใจซักนิดว่าซื้อผิดหรือถูก หึหึ] พอได้เวลาก็เดินเข้าสถานีแล้วลงมานั่งรอรถไฟกันด้านล่างค่ะ...เป็นสถานีเปิด ลมวิ่งสวนกันสบายย แต่เราสองคนหนาวมากก!
 
แต่ละคนมีมุมเป็นของตัวเอง พร้อมกับภาระคนละ 10 กิโล ก้มหน้าก้มตาหาโลกส่วนตัวกันไปก่อน...เมื่อไหร่หนอรถไฟเราจะมา Laughing
 
 
เรานั่งรถอยู่เกือบครึ่งชม. เริ่มเอะใจว่าทำไมรถไฟด้านที่เรารอมันไม่มาซักทีฟร่ะ อิรถไฟ itx อีกสายทำไมเด๋วมา เด๋วไปหลายรอบแล้วนะ แต่ก็ไม่ได้คิดไรหรอก เดี๋ยวคงมา...จนเริ่มมีประชากรมาคอยรถเพิ่มขึ้นเราก็ค่อยโล่งใจว่ามีเพื่อนนะเว้ยย...แล้วซักพักก็มีแก๊งค์คนไทย 3 คนเดินมาคุยกันเรื่องรถไฟไปเกานามินี่แหละ...โอ๊ะ เจอสังคมแล้ว รีบวิ่งไปเจรจาไต่ถามกัน...ไปเกาะนามิเหมือนกัน แต่เอ๊ะ! ทำไมตั๋วเราไม่เหมือนกันอ่ะ Laughing
 
พี่คนไทย(ที่มาทำงานเกาหลี) พอพูดภาษาเกาหลีได้ก็ช่วยตรวจสอบกันใหญ่ว่าตั๋วอันไหนของจริง อันไหนของปลอม...เราก็เริ่มงงแล้วทีนี้ ซื้อตั๋วผิดป่าววะ...คือตั๋วที่เราไปซื้อมาเป็นตั๋วแบบแข็ง เหมือนบัตร T-money ที่ไว้ขึ้น metro อ่ะค่ะ ส่วนตั๋่วของชาวบ้านนี่เป็นแบบตั๋วกระดาษ เราก็ปลอบใจตัวเองว่า อืม คงใช้ได้เหมือนกันแหละ เพราะปลายทางในตั๋วก็สถานีเดียวกันนิหว่า...จนกระทั่งรถไฟ itx ก็มา แต่ดันมาในช่องที่เราไม่ได้คอยนี่สิ อืมมม สรุปผิดตั้งแต่คอยผิดด้านแล้วสินะ เหอๆ
 
ด้วยความสับสนเรื่องตั๋ว ไม่แน่ใจว่าขึ้นรถได้รึป่าว...แต่เราไม่มีเวลาลังเลไรแล้ว ขึ้นไปก่อนเลยย ยังไงตามชาวบ้านไปน่าจะปลอดภัยที่สุด....ตั๋วรถไฟ itx ที่ถูกต้องมันจะระบุเลขที่นั่งบนรถไว้ แต่ตั๋วของเราไม่มี! ไปถามอาจุมม่าเกาหลี อาจุมม่าก็บอกผิดๆๆ ขึ้นไม่ได้ๆ เอาล่ะเว้ยย...ก็ขึ้นมาแล้วนี่แหละ
 
เราก็เนียนนั่งไปเรื่อยๆ โชคดีที่เรานั่งยังไม่มีเจ้าของตั๋วมาทวงสิทธิ์...จนซักพักก็มีเจ้าหน้าที่รถไฟเดินมาตรวจตั๋่วพะย่ะค่ะ...ไม่ตรวจคนอื่นเลยนะ มุ่งมาหาเราสองคนนี่แหละ...แล้วก็พบว่าเราซื้อตั๋วผิดจริงๆ ว่ะค่ะ...ตั๋วที่เราซื้อมันเป็นตั๋วรถไฟฟ้า metrol ซึ่งวิ่งอ้อมโลก แต่ไปจบที่สถานีปลายทางเหมือนกัน....แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่พกเครื่องจำหน่ายตั๋วติดตัว (ไฮโซจริงๆ) ก็สามารถซื้อตั๋วกับจนท.โดยตรงได้เลยย เสียตังค์เพิ่มไปอีก 4000 วอน [อิตั๋วที่ซื้อผิดราคา 4800 วอนแน่ะ]
 
แต่ยังถือว่าโชคดีที่สามารถซื้อตั๋วบนรถได้ ไม่โดนไล่ลงกลางทาง แหะๆ แถมจนท.บอกว่า ตั๋วที่ซื้อผิดน่ะ ไป refund ได้นะ [ลอง refund ไปหนึ่งใบได้คืนกลับมา 500 วอน เชรี่ยย รู้งี้เก็บไว้เป็นที่ระทึกดีกว่า] Kiss
 
สรุปแล้ว....พี่ลิงไปซื้อตั๋วผิดตู้ ตู้ itx เค้าก็มี แต่ไปซื้อตั๋ว metrol ซะงั้น สงสัยจะเหนื่อยจนตาลาย ฮ่าๆ Surprised
 
ชมวิวข้างทางเพลินมากๆ รถไฟก็ไวดีแท้ สะดวกสะบายดีด้วย...อย่าไปเปรียบเทียบกับรถไฟไทยค่ะ มันคนละสไตล์ เปรียบเทียบกันไม่ได้! Cool
 
 
อ้อ ถ้าจะไปเกาะนามิด้วย itx ให้ไปลงที่ Gapyeong Station นะจ๊ะ Embarassed
 
ใช้เวลาประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ ก็มาถึงสถานี Gapyeong เพื่อเดินทางต่อไปยังเกาะนามิ...ป๋าแบยองจุนรอเราอยู่ที่นั่น อิอิ....แต่เราคงไม่สามารถแบกเป้ 10 กิโลนี้ไปหาป๋าแบกับเราได้ เห็นจนท.ยืนอยู่เลยเดินไปขอฝากกระเป๋าไว้หน่อย เพราะเดี๋ยวเราจะกลับมาที่สถานี itx นี้อีกครั้ง....จนท. ก็จัดการรับฝาก ลงชื่อ และระบุเวลาที่จะกลับมาเอาไว้ก็เรียบร้อยค่ะ ที่นี้เราก็เหลือแต่ตัวกับหัวใจไปหาป๋าแบกันแระ วิดวิ้ว Kiss [กรี๊ดดไปตามคอนเซปต์ ละคงละครก็ไม่เคยดูหรอก เหอๆ]
 
จากสถานี Gapyeong ไปท่าเรือเกาะนามินั้น นั่งแท๊กซี่ไปง่ายสุดค่ะ ใกล้นิดเดียว นั่งแบบเข็มยังไม่กระดิกเลยย...Taxi ที่เกาหลีสตาร์ที่ 2200 วอนค่ะ เราก็จ่ายตามนั้น...Cool
 
 
มาถึงท่าเรือเจอฝูงชน รถทัวร์ นักท่องเที่ยวเยอะมากกก ต่อแถวซื้อตั๋วกันยาวเหยียด...ตั๋วขึ้น Nami Nara (เค้าสถานปณาตัวเองเป็น ประเทศนามิ) ในราคาคนละ 8000 วอนค่ะ...เดินต่อแถวไปขึ้นเรือเห็นธงชาติไทย และเกาหลีเด่นมากกก เลยสงสัยว่าประเทศไทย กับประเทศเกาหลีเคยไปทำสนธิสัญญาอะไรกันบนเกาะนามิรึป่าวเนี่ยยย...พอบอกว่ามาจากเมืองไทย จนท.ก็ปล่อยเราผ่านไปแบบสบาย...เป็นคนไทยไปเกาะนามิ มันก็ดีเยี่ยงนี้ ฮ่าๆๆๆ Embarassed
ต่อไปเดินชมเกาะนามิกันล้วนๆ ค่ะ...เรามาถึงเกาะนามิประมาณเที่ยงๆ ใช้เวลาอยู่บนเกาะประมาณ 2 ชม.ค่ะ นักท่องเที่ยวเยอะมากกกก ส่วนใหญ่เห็นแต่ชาวเกาหลีพาลูกมาเที่ยว กับคนไทย! เดินไปมุมไหนก็เจอแต่คนไทย...คนไทยไปเกาหลี ถ้าไม่ได้มาเกาะนามิสงสัยคิดว่ามาไม่ถึงเกาหลีแน่ๆ อิอิ Kiss
 
 
ช่วงที่เราไปมันเป็นช่วงปลายหนาว ต้นๆ ใบไม้ผลิ ต้นไม้เลยยังดูไม่สดชื่น จะแห้งก็ไม่แห้ง จะเขียวก็ไม่เขียว...แต่บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างดี อากาศก็ไม่หนาว เดินไปถอดผ้าไปเลยทีเดียว หลังๆ ชักจะร้อน ฮ่าๆ...แต่บนเกาะก็มีมุมกุ๊กกิ๊กๆ น่ารักๆ กิมมิคเล็กๆ ให้แวะถ่ายรูปเป็นระยะๆ....Cool
 
 
อย่างที่ทราบว่าจุดเด่นของเกาะนี้ มันโด่งดั่งมาจากละครเรื่อง Winter Love Song [อืม เค้าคงรู้กันหมดแล้ว แต่บอกไว้อีกรอบงั้นแหละ หึหึ] มันก็จะมีจุดต่างๆ ในละคร เช่นตรงนี้เค้าคิสกันนะ ตรงนี้เค้าปั้นหิมะกันนะ ตรงนี้เค้านั่งจับมือกันนะ โอ๊ยยยยยย อะไรกันนักหนา ฮ่าๆๆๆ [แต่ถ่ายรูปทุกจุดเลยนะเอ็งน่ะ คริคริ]
 
 
 
คนต่อคิวรอถ่ายรูปกับป๋าแบเยอะมากก เรามิอาจหาญกล้าไปต่อคิวนั้นได้...จิงๆ ก็ไม่ได้อินเท่าไหร่ แต่ถ้าไม่ถ่ายรูปมา จะหาว่าเรามาไม่ถึง ฮ่าๆๆ Cry
 
 
การเดินเที่ยวรอบๆ เกาะนามิเนี่ย ก็ใช้เวลาเหมือนกันนะคะ เหนื่อยทีเดียวล่ะ...แต่ถ้าไม่อยากเดิน บนเกาะก็มีบริการทั้งจักรยาน ทั้งรถไฟ รถราง นั่งเล่นเรื่อยๆ รอบเกาะได้เช่นกันค่ะ...แถมเงินค่าบริการรถรางก็เอาไปบริจาคเข้ามูลนิธิด้วยค่ะ Money mouth
 
การไปเที่ยวในแต่ละฤดู เทศกาลมันก็ให้อารมณ์แตกต่างกันไป แต่แอบคิดว่าถ้ามาฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (ช่วงปลายปี) มันต้องสวยกว่านี้มากๆ แน่ๆ Smile
 
สองชั่วโมงพอแล้วสำหรับเกาะนามิ เพราะการเดินทางวันนี้ของเรายังอีกยาวไกล...รีบจรลีออกจากเกาะ แล้วกลับมาแบกเป้ขึ้น korail กันต่อค่ะ...ออกจากเกาะตอนประมาณบ่าย 2 โมง นั่งแท๊กซี่กลับมายังสถานี Gapyeong Station ไปเอากระเป๋า แล้วซื้อตั๋วรถไฟ itx ไปเมือง Chuncheon ในราคา 3000 วอน.....รอบนี้ซื้อตั๋วถูกแล้ว ไม่มีพลาด ขึ้นมานั่งกินหนมรอกันสบายๆ Surprised
 
 
รถไฟ Koreail itx ของเค้าไฮโซมั่กๆ เราแบกกระเป๋าขึ้นรถไฟแล้วก็งงค่ะ ขึ้นผิดตู้ เพราะรถมันจะออกแล้ว ต้องเดินวนหาตู้ในรถไฟ หาที่นั่งกันอีก บางตู้ก็มี 2 ชั้น บางตู้ก็มีชั้นเดียว ขึ้นลงบันไดบนรถไฟกันเวียนหัวทีเดียวกว่าจะเจอที่นั่งของเรา...
 
เป้าหมายในการไปเมือง Chuncheon ของเรา นอกจากไปท่ารถบัสแล้ว ไฮไลท์ของเมืองนี้คือการไปกินไก่ทัคคาลบิกันค่ะ...จริงๆ ไก่ทัคคาลบิมันก็มีให้เราเห็น เลือกกินกันอยู่ทุกเมืองค่ะ แต่ต้นตำหรับ original จริงๆ ต้องมากินที่นี่ [สำหรับของกินนี่ พยายามกันจิงจิ๊ง ฮ่าๆ] Cry
 
นั่งรถไฟไปประมาณ 40 20 นาทีก็มาถึง Chuncheon Station แล้วค่ะ ออกมาก็หา i ก่อนเป็นอันดับแรก [เหมือนเป็นญาติ ไปถึงเมืองไหนหาพี่ i ไว้ก่อน] เดินไปถามพี่ i ว่าเค้าจะไปกินไก่อ่ะ ไปยังไงเหรอ แล้วท่ารถบัสไป Sokcho อยู่ตรงไหนค่ะ
 
นางบอก...พวกหล่อนมาผิดสถานีแล้ว ถ้าจะไป Sokcho หล่อนต้องลงสถานี Namchuncheon Station นะจ๊ะ...อ้าว! นางคงเห็นพวกเราทำสีหน้าตกใจ นางเลยรีบบอก...ไม่เป็นไรๆ ยูนั่งแท๊กซี่ไปก้อได้ ประมาณ 15 นาที โอเครๆ...แต่พวกชั้นอยากกินไก่ก่อนอ่ะ...นางบอก...ถ้าจะกินไก่ให้เดินไป 10 นาทีจ๊ะ....อั้ยยหยา แท๊กซี่ดีกว่างานนี้...โบกแท๊กซี่ไป Dakgalbi Street นั่งไปแบบเข็มไม่กระดิก 2200 วอนถ้วน พี่แท๊กก็พาเรามาส่งถึงที่ Smile
 
เดินเข้ามาในซอย สองข้างทางเต็มไปด้วยร้าน Dakgalbi เยอะแยกมาก คนเต็มทุกร้าน เลือกไม่ถูก ไปยืนหมุนอยู่ตรง 3 แยกจะกินร้านไหนดี รีวิวก็ไม่ได้บอกร้านแนะนำด้วย หันซ้ายหันขวา สุ่มเลือกมา 1 ร้าน คิดว่าคงรสชาติเหมือนๆ กัน เพราะคนแม่มเต็มทุกร้านจริงๆ......ชามไก่ทักคาลบิ หรือไก่ผัดซอสนี่ใหญ่กว่าหน้าเราสองคนรวมกันซะอีก Undecided
 
 
เข้าไปในร้านแบบงงๆ เลือกแบบนั่งพื้น เพราะยืนกันไม่ไหวแล้ว เป้จะล้มทับตาย...นั่งปุ๊บสั่ง Dakgalbi สำหรับ 2 ที่ เด็กเสริ์ฟถาม...จะกินไรอีกมั้ย...เอิ่ม เจ๊ไม่รู้อ่ะค่ะน้อง เจ๊ไม่เข้าใจ...น้องบอก...i can speak english...เหรอ ดีๆ งั้นแนะนำมาซิว่าอยากให้กินอะไรเพิ่ม...น้องบอก เค้ากินข้าว หรือไม่ก็บะหมี่...เราก็สั่งมั่วๆ ไป ได้บะหมีเย็นชามโตๆ มากินกับไก่ถาดใหญ่ๆ....อร่อยมว๊ากกกกกกกก ปลื้มมปริ่มมมม UndecidedTongue out
 
กินเสร็จแล้ว อิ่มมมมม...ลากตัวเองออกจากร้าน มาหาแท๊กซี่ไป Bus Terminal กันต่อค่ะ...แท๊กซี่ที่นี่จะจอดเป็นแถวยาว ให้คนขึ้นกันตามลำดับเลยค่ะ....นั่งแท๊กซี่ไป Bus Terminal ประมาณ 15 นาทีตามที่พี่ i บอกจริงๆ ด้วย
 
อย่างที่บอกค่ะ ถ้าใครต้องการไป bus terminal เลย แนะนำให้ลง itx ที่สถานี Namchunchoen นะคะ เพราะอยู่ใกล้ bus terminal มากกว่า...แต่ถ้าอยากแวะกินไก่ก้อมา chunchoen แบบเราสองคนโลดค่ะ Cool
 
มาถึงเราก็จัดการซื้อตั๋วไปเมือง Sokcho กันค่ะ...ป้ายบางสถานีก็จะมีภาษาอังกฤษ บางสถานีก็ไม่มี เวลาดูป้ายแนะนำให้ถ่ายรูปไว้เลยค่ะ พอตอนไปซื้อก้อเปิดรูป แล้วก็ชี้เลยย เพื่อป้องกันการฟังผิด เดี๋ยวไปผิดเมืองนะ อิอิ...เราได้ตั๋วรถบัสเวลา 17.20 น. มีเวลาล้างหน้าล้างตา จัดของ จัดการตัวเองอีกพักนึง ก็ได้เวลารถออก...ตรงเวลามากค่ะ
 
 
จากเมือง chuncheon - Sokcho ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ไปถึงเมือง Sokcho ก้อเกือบๆ 2 ทุ่มพอดี...เดินออกจากท่ารถ แงะแผนที่ The House Hostel ออกมาค่ะ อยู่ไม่ไกลกับสถานีรถบัส...แต่เราก็หลง!!
 
มายืนงงกันตรงทางแยก ลมแรงมาก แถมกระเป๋าก็ถ่วงอีก เดินขึ้นเขาอีกอีกหน่อย ตัวจะปลิว...ดันมาหลง มึนทิศกันอีก...แต่ชะตาเราต้องกับคนที่นี่ค่ะ มีคนเดินมาถามสาวเอ๋อสองคนว่า....ยูหา The House กันใช่มั้ย....กรี๊ดดด พี่รู้ได้ไงคะ...บอกแล้วชะตาเราต้องกัน มีคนบอกทางว่าเดินเข้าซอยไปหน่อยก็ถึงแล้ว จริงๆ ด้วย...ในที่สุดเราก็มาถึงที่พักของคืนนี้แล้วค่ะ The House Hostel ณ เมืองชอกโซ, เกาหลีใต้ Embarassed
 
เมือง Sokcho คืนนี้อากาศไม่หนาวมาก แต่ลมแรงมากกก เราออกมาซื้อของกินกันนิดหน่อย แล้วกลับไปนอนค่ะ
 
ขออนุญาติยกรีวิวเรื่องที่พักไว้ใน Entry หน้า พร้อมกับพาเที่ยวภูเขา ทะเล ในเมืองชอกโซไปพร้อมกันในเอ็นทรี่หน้านะคะ
 
Surprised

Comment

Comment:

Tweet

ว้าว,,,
เพลิดเพลินเพลิน^^

#11 By ของขวัญ on 2012-05-17 17:14

@แอ้ จะบอกว่าตอนแรกช่าเฉยๆ กับประเทศนี้มาก ไม่สนใจจะเที่ยวเท่าไหร่ สนใจแต่ผู้ชายอ่ะ ฮ่าๆๆๆ
แต่พอไปจริงๆ แล้วมีที่ให้เที่ยวเยอะนะ โดยเฉพาะตามตจว. เมืองรอบนอกต่างๆ มีที่น่าสนใจมากมายอ่ะค่ะ
ช่าว่าไม่น่าพลาดนะ ถ้ามีโอกาสก็น่าจะไปนะคุณแอ้ confused smile confused smile
ส่วรฟท. นั้นมีสไตล์เป็นของตัวเอง อย่างหาใครเทียบไม่ได้ และคลาสสิกที่สุดอ่ะ!! sad smile

#10 By -ChaChaCha- on 2012-05-17 10:02

winter sonata confused smile

#9 By Finedayclub on 2012-05-17 09:32

เกาะนามิ บรรยากาศดีมากๆ
เกาหลีมีแต่ของอร่อยconfused smile confused smile confused smile

#8 By Missbettygorgeous on 2012-05-17 00:03

รถไฟบ้านเราเปรียบกับที่ไหนไม่ได้ทั้งนั้น ฮ่าๆๆๆ

เกาหลีนี่ตกลงมีที่เที่ยวเยอะป่าวคะคุณช่า ถึงตอนนี้แอ้ก็ยังเฉยๆ กับพี่เกานะ แต่ถ้ามีโอกาสก็คงอยากไปดูให้เห็นกับตาสักครั้งเหมือนกันแหละ big smile

#7 By แอ้ on 2012-05-16 17:54

Hot! Hot! Hot!

บรรยากาศสวยงามมาก ๆ ครับ..

ชอบที่เกาะนามิฮะ..

เห็นแล้วคิดถึงเลย..

งาม^^
บรรยากาศน่ารักจังopen-mounthed smile

#5 By Kanya on 2012-05-16 06:43

@kororo เห็นด้วยเลยค่ะ คนเกาหลีกินดุมากๆ sad smile sad smile

#4 By -ChaChaCha- on 2012-05-15 09:42

ลุ้นระทึกตอนขึ้น Korail จริงๆ
สงสัยเกาหลีเจอนักท่องเที่ยวหลงเยอะ
เลยพกเครื่องจำหน่ายตัวติดตัวไว้เลยconfused smile
ทักคาลบี้เราก็ได้กินนะ...ถูกปากกว่าที่คิด
แต่ปริมาณเยอะมาก (คนเกาหลีกินดุชะมัด)
โชคดีที่เจอน้อง...i can speak english
เพราะเป็นเมนูที่สั่งยากเอาการ
ถ้าไม่มีคนพูดเกาหลีไปด้วยคงอดหม่ำ

#3 By kororo on 2012-05-15 00:58

เกาะนามิ ดูบรรยากาศดี้ดี 
เรื่องตั๋วนี่ อย่างน้อยก็ยังโชคดีที่ ไม่ถูกให้ลงกลางทางเนอะ
Hot! Hot!

#2 By Praeradise on 2012-05-15 00:14

มาลงชื่อว่าอ่านแล้ว อิอิ

#1 By ลิงน้อย (103.7.57.18|183.88.80.119) on 2012-05-14 13:31