Lost in Korea | DAY 8 GyeongJu Never Give Up

posted on 24 Jan 2013 13:08 by bemycha in Travelling
|| สวัสดีปีใหม่ชาว Exteen ||
 
/me ดีเลย์ได้อีกกกกกกกกก  Foot in mouth
 
ต้องขออภัยสำหรับมิตรรักแฟนขับที่ทิ้งบล๊อค ทิ้งรีวิวให้ค้างคากันมานานแรมหลายเดือน จนทริปจะบรรจบมาครบปีแล้ว....ช่วงเวลาที่ร้างราไป ก้อไม่ได้ทำให้เราหยุดร้างราจากการท่องเที่ยวไปด้วย ช่วงที่หายไป ได้ไปเที่ยวมาอีก 2 ประเทศค่ะ
 
[สัญญาว่าจะมารีวิวให้ชมกัน ถึงจะไม่รู้ว่ามีใครอยากรู้เรื่องหรือไม่ก้อตาม และไม่รู้จะมาเมื่อไหร่ เหอๆ]
 
ช่วงนี้กำลังติดกะทู้เกาหลีเหนือ และทรานไซบีเรียในพันทิพอย่างหนักหน่วง อ่านกันข้ามวันข้ามคืน มีอารมณ์ร่วมอย่างมาก กะว่าจะบรรจุประเทศเกาหลีเหนือลงในเป้าหมายอีก 1 ประเทศ เย้ยยยยย!! [ไม่ใช่ละ] ผลจากการตามรีวิวชาวบ้าน ที่มีอะไรน่าสนใจ ได้ความรู้มากมาย ทำให้ต้องหันกลับมามองตัวเอง และระลึกได้ว่า เอิ่มม ทริปชาวบ้านเค้ายังรีวิวกันรากเลือดขนาดนั้น แล้วของเอ็งสบายๆ แค่ 10 วัน ทำไมรีวิวไม่จบห๊ะ! Foot in mouth
 
เพราะฉะนั้น....ฉันถึงมาตามหาความหมาย เรามาจบทริปนี้ไปด้วยกันเถอะ เอิงเอยยย Cool
 
วันที่ 8 ในเกาหลี เรายังอยู่เมืองคยองจู หรือเคียงจู เมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมของประเทศเกาหลีใต้ และเป็นวันที่เราต้องเดินทางกลับเมืองหลวงโซลกันแล้ว
 
วันนี้เรามีเวลาแค่ครึ่งวันในการไปเที่ยวเมืองนี้ เราเลยรีบทำเวลาเต็มที่ ตื่นนอนแต่เช้า ในเวลา 9 โมง [ก้ออากาศมันหนาว เลยทำเวลาเช้าสุดได้แค่นี้แหละ หึหึ] รีบเก็บของยัดลงเป้ แบกน้ำหนัก 10 กิโลลง เสียบกุญแจคืนห้องไว้ในลิฟต์ เพราะโมเต็ลนอกเมืองส่วนใหญ่ ทำภารกิจเสร็จแล้วจะออกจากห้อง ไม่ต้องไปคืนกุญแจที่เคาท์เตอร์หรอกค่ะ เสียงแม่มไว้ในลิฟต์เลย เพราะเค้ามีกล่องคืนกุญแจไว้ในลิฟต์ด้วย ไม่มีการตรวจสอบทรัพย์สินอะไรทั้งสิ้น เสร็จภารกิจแล้วทางใครทางมันนะตัว อิอิ
 
เดินแบกเป้ฝ่าลมหนาวออกมายัง i information tourist ที่เราต้องพึ่งพาอาศัยอยู่ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ เป้าหมายวันนี้ของเราคือ หาที่ฝากกระเป๋า แล้วนั่งรถเมล์ไปวัดโบราณ Bulguksa เป็นวัดเก่าโบราณร้อยปีค่ะ
 
 
ก่อนไปวัด อันดับแรกไปฝากกระเป๋ากันก่อน จนท. ที่ i บอกว่าให้ไปฝากที่สถานีรถบัสเลยค่ะ ไปถึงก้อเจอตู้เล็กๆ เป็นล๊อคเกอร์ ค่าฝากช่องละ 1000 วอน รับแต่เหรียญ 100 วอน เอ่อ......ยืนงงกับภาวะการหยอดเหรียญ และหาแลกเหรียญมาก ประมาณว่ามีแต่แบงค์หมื่น เค้าจะให้ตรูแลกมั้ยเนี่ยยยย....ยืนเอ๋อกันพักนึง มีอาจุมม่าเดินมาหาค่ะ อาจุมม่าพยายามบอก เราก้อวิ่งไปซื้อคิมบับมากิน [จิงๆ หวังตังทอนเป็นเหรียญ] ได้เหรียญมา อาจุมม่าก้อแนะนำวิธีใช้จนสำเร็จ อิอิ / ขอบคุณค่า Money mouth
 
ต่อไปเราก็ออกมายืนรอรถเมล์ตรงป้าย ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม Express Bus Terminal จนท. i บอกมาแล้วว่าถ้าไปวัดนี้ต้องขึ้นรถสาย 10,11 และ 700 ซึ่งจะวิ่งรอบเมือง โดยผ่านทะเลสาบ Bomun จนถึงวัด Bulguksa ค่ะ นั่งชมวิวสวยๆ มาเรื่อยๆ ประมาณ 40 นาทีก้อมาถึงทางเข้าวัดแล้วค่ะ ซึ่งวันนี้อากาศค่อนข้างหนาวมากทีเดียว แต่สิ่งที่ทำให้เราลืมหนาวไปเลยคือ สวนต้นซากุระอีกแล้ว ขาวโพลนเต็มทางเดินไปหมดเลยค่ะ สวยมากกกก Wink
 
 
อากาศหนาวแล้วปวดขี้นี่มันทรมานจริงๆ นะ เออ แวะเข้าห้องน้ำ แล้วก้อไปรับฮีทเตอร์ในห้องน้ำกันซักหน่อย [เอ็งจะบอกทำไม] จากนั้นก็เดินมาตามทางแบบในรูปเลยค่ะ วิวสวย คนเกาหลีก็พาลูกเด็กเล็กแดงมาเที่ยวกันหนุกหนาน อิป้าสองคนก้อเดินไป ถ่ายรูปกันไป มีฟามสุข...เดินไปจนถึงทางเข้าวัด Bulguksa เป็นวัดที่เป็นประวัติศาสตร์ของอาณาจักรชิลลา ซึ่งใครดูซีรี่ส์เกาหลีโบราณบ่อยๆ ต้องรู้จักประวัติศาสตร์เมืองนี้ดีเลย [ขอไม่รื้อฟื้นค่ะ เพราะอิชั้นจำไม่ได้ ฮ่าๆ]
 
ค่าเข้าวัด 4000 วอนจ้า Embarassed
 
 
เดินมาถึงตัววัด ถึงประสบพบว่า.....นี่มันวันทรรศนศึกษาแห่งชาติหรืออย่างไร ทำไมเด็กนักเรียนเต็มไปหมดดด เมืองนี้เด็กๆ ช่างใฝ่รู้กันจิงๆ เชียว น่ารักกก ยั๊วเยี๊ยะดีจิงๆ เหอๆ Undecided
 
พยายามถ่ายรูปมุมที่ไม่มีคน
 
 
แต่ก็หนีไม่พ้น.....เลยต้องทำตัวเนียนกับเด็กไปเลยย Kiss
 
 
จากนั้นเราตามแก๊งค์เด็กไปชมวัดกันเรื่อยๆ เลยค่ะ เด็กเยอะจิงไรจิง น่ารักกันทุกคนเรย ถ่ายรูปแบ๊วกันสุดริด ฮ่าๆๆ โดยประวัติความเป็นมาของวัดนี้ก็ไม่ค่อยทราบเหมือนกัน อ้าว แล้วเอ็งจะเกริ่นมาทำม๊ายยยยย ฮ่าๆๆๆ รู้แต่ว่าเป็นวัดโบราณ มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์อันยาวนานมากค่ะ
 
เราก็เดินเข้าเดินออกกันสนุกสนาน ตามเด็กๆ Wink
 
[ขออินจากกระทู้เกาหลีเหนือ - แหม๋ บรรยากาศมันช่างต่างกันลิบลับเลยวุ้ยยย]
 
 
เจอบันไดหลายๆ ขั้นแล้วชักจะเพลีย...ถึงจะผ่านมาเกือบปีแล้ว แต่ความรู้สึกปวดขา เมื่อยขา อิชั้นยังจำได้ดี อย่าได้คิดว่าอยู่มาจะครบ 10 วันแล้ว สภาพร่างกายมันจะชิน แต่ไม่เลยยย...ยิ่งนานยิ่งปวดค่ะ คุณผู้ชมขา...เห็นบันไดแล้วอยากจะนั่งคอยชาวบ้านอยู่ตรงตีนบันได เพราะไม่มีแรงปีน แต่เห็นอาจุมม่า ป้าๆ เค้าเดินขึ้นๆ ลงๆ กันชิวๆ ก็ทำให้เรามีแรงฮึด อย่าให้แพ้คุณป้า เอ้า....เดินต่อ!
 
 
คนเยอะมากจิงๆ แต่วัดเค้าก็สวยมากๆ ด้วยค่ะ....ข้างในวัดยังมีการทำพิธีอยู่ตามปกติ โดยนักท่องเที่ยวสามารถชมได้จากภายนอก และไหว้ได้จากหน้าประตูเท่านั้นค่ะ ห้ามเข้าในด้านในที่ทำพิธี บางแห่งก็ห้ามถ่ายรูปด้วย ต้องคอยดูป้ายบอกไปด้วยค่ะ ไม่งั้นอาจจะโดนดุได้ Smile
 
 
ชมวัดกันซักพักก็เดินหนีเด็กออกมาข้างนอกค่ะ ทางออกจะเป็นอีกทางนึงซึ่งมีป้ายบอกทาง และเราเห็นป้ายไปวัด Seokguram Grotto โดยมีป้ายบอกทางให้ไปขึ้นรถเมล์สาย 12 ค่ะ เรายังพอมีเวลาเลยคิดว่าจะนั่งรถไปอีกซักที่นึง....แต่เดินๆ ออกมาแล้วฝนตกค่า Foot in mouth
 
 
โชคดีที่ฝนตกปรอยๆ ทำให้เรายังพอเดินฝ่าฝนปรอยๆ ออกไปยังป้ายรถเมล์สาย 12 ได้ โดยที่ป้ายจะแจ้งระบุเวลารถไว้ชัดเจนค่ะ ซึ่งดูนาฬิกาแล้วเรามาช้าไปประมาณ 10 นาที หมายความว่ารถเที่ยวล่าสุดเพิ่งผ่านไป ซึ่งเที่ยวต่อมาต้องรออีก 45 นาที!!! โอ้วววววววว มันช่าง...หนาว เหน็บ หนาว เพียงไหน จะฝ่าไป...สรุปเรารอค่ะ Tongue out
 
 
โชคดีที่ตรงป้ายรอรถเมล์เป็นทางเข้าสวนอะไรซักอย่าง ซึ่งวิวสวยอยู่ ให้เราพอได้ไปลันล๊ากับการถ่ายรูปรอรถเมล์ ท่ามกลางบรรยกาศอันหนาวเหน็บ และมีฝนปรอยๆ เช่นนี้ Frown
 
 
รอไปได้ประมาณ 20 นาที เราเริ่มรู้สึกว่าฝนเริ่มหนักขึ้นนะ ทำไมไม่รถเมล์สายอื่นผ่านมาบ้าง เฮ้ยยย กลับกันเหอะ ยอมแพ้......ตอนนี้ถึงไฟจะแรง ใจอยากจะไปแค่ไหน แต่อากาศหนาวที่มาพร้อมกับฝน และสภาวะร่างกายไม่อำนวยให้เราไปต่อไป บางครั้งเราก็ต้องยอมรับมัน หันหลังกลับกันอาจจะดีกว่าดันทุรังจะไปต่อ
 
แล้ว....กลับทางไหนฟร่ะ !?
 
อุ้ยแท๊กซี่มา โบกๆๆๆ.......ฟริ้วววววว ลมปลิวใส่หน้า แท๊กซี่ไม่จอด....วิ่งไปยังที่จอดรถตรงทางออกวัด แท๊กซี่ไม่รับ ชีวิตมันช่างเศร้านัก....เดินย้อนกลับเข้ามาข้างวัด แล้วอ้อมสวนซากุระกลับไปตรงทางเข้าด้านหน้าก้อได้ฟร่ะ ดีกว่ามายืนตากลม ตากฝน ทนหนาวอยู่เช่นนี้ Tongue out
 
เดินออกมาถึงทางออก เห็นป้ายรถเมล์แล้วดีใจ...แถมมีเพื่อนคอยรถด้วยเลยมั่นใจว่าเรามาถูกทางแล้ว หันไปเห็นฝั่งตรงข้าม อ้าวรถเมล์สาย 12 มาจอดรอคนอยู่ตรงนี้เองเหรอเนี่ยยย แต่ ณ ตอนนั้น...ในเมื่อตัดสินไม่ไปแล้ว ก็อย่าหวังว่าชั้นจะใจอ่อน ไปขึ้นรถหล่อนอีกนะยะ จะกลับแล้วเฟร้ยยยยยย หมดอารมณ์ ชิส์!
 
รอรถเมล์ขากลับเข้าเมืองอยู่อีก 20 นาที ด้วยสภาพที่ว่า มัน หนาว มาก! ในที่สุดรถเมล์สาย 10 ก็มาแล้ว...รีบวิ่งขึ้นรถหาไออุ่นทันที ตอนนั้นหมดอารมณ์จะไปไหนต่อแล้ว ทั้ง Seokgurum และทะเลสาบ Bomun รู้อย่างเดียวคือ ต้องรีบไปซื้อตั๋วกลับโซลให้ทันรถเที่ยวบ่ายวันนี้!
 
 
ขากลับจากวัด รถขับกลับมาอีกทางนึง ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีเองก็มาถึงในเมือง เราก็ตามสไตล์ค่ะ ไม่รู้จะลงตรงไหน ก็ลงป้ายสุดท้ายซึ่งไปสิ้นสุดที่สถานีรถบัสพอดี อิอิ...ไปซื้อตั๋วรถกลับโซลได้เวลา 14.20 น. ก่อนรถออกก็วิ่งไปกินบะหมี่สองหลุมกันอีกรอบ ถูกๆ แต่แน่นท้องดี....เพราะเราต้องนั่งรถจากคยองจู ไปถึงโซลใช้เวลาประมาณ 4 ชม. ในราคา 29,000 วอน ซึ่งเป็นเที่ยวรถที่แพงงงงง [เพราะมาไม่ทันรถเที่ยวที่ถูกกว่าตอนบ่ายโมงครึ่งนั่นแหละ เหอๆ]
 
นั่งรถได้ก็หลับกันยาวค่ะ มาถึงโซลเอาตอนเกือบมืด รถไปจอดที่ Express Bus Terminal ที่โซล แล้วต้องเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีส้มไปลงสถานี Jongno 3(sam)-ga station....และแล้วการผจญภัยในเมืองโซลก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง!
 
ที่พัก 2 คืนสุดท้ายของเราคือที่ Sunshine Guesthouse ตั้งอยู่แถวย่านอินซาดง ออกจากสถานีรถไฟฟ้า ดูตามแผนที่ก็ไม่น่ายากอะไร อยู่ใกล้สถานี พี่ลิงน้อยเป็นคนนำดูแผนที่ [ต้องบอกอีกครั้งว่าอันตัวฉันนั้นตกวิชาภูมิศาสตร์ หลงทิศ ผิดแผน ไปตามแผนที่ไม่ค่อยถูกค่า เหอๆ] เราก็เดินตามเข้าซอยไปเรื่อยๆ เห็นชาวบ้านนั่งปิ้งย่าง ร้านอาหารข้างทางแล้วหิว ตั้งปณิธานไว้ว่า เช็คอินเสร็จ เราจะออกมาย่ำราตรีกันแถวนี้แหละ ....เดินไปเดินมาผู้คนหายไปเรื่อยๆ ซอยแคบลงเรื่อยๆ จนในที่สุดเหลือแค่บ้านคนที่ปิดประตูสนิท กับอิสองคนนี้...ที่ยังหาที่พักไม่เจอ
 
ต้องยอมรับกันตรงๆ แมนๆว่า......อิชั้นหลงทางค่า เฮ้ยยยยย ชิบหาย นี่มันอยู่ตรงไหนของแผนที่ฟร่ะ!?
 
เอาล่ะตั้งสติ หันซ้าย หันขวา เจอแต่แสงไฟสลัวๆ กับซอกซอยเล็กๆ ซ้ายขวามืดๆ เราจะไปทางไหนกันดี...ในที่สุดฟ้าประทานอนนี่สาวสวย เดินผ่านทางมายังที่เรายืนอยู่พอดี ไม่รอช้า ไม่ต้องปรึกษากัน วิ่งไปหาอนนี่ทันที...sorry sorry help me help me please....ฮ่าๆๆ
 
พยายามอธิบายเค้าว่าเราหาโรงแรมนี้นะ มันอยู่แถวนี้ แต่ไม่รู้อยู่ตรงไหน...อนนี่หยิบแผนที่ไปดูแล้วส่ายตัว ว่าอนนี่ก็ไม่รู้จักคร่า ....เวงกรรม...แต่บอกแล้วว่าทั้งทริปเราเจอแต่คนเกาหลีดีๆ ทั้งนั้น ครั้งนี้ก็อีกเช่นกัน ถึงอนนี่จะไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน ก็พยายามถามเบอร์โทรศัพท์ เราก็ไม่มีอีก [ความไม่รอบคอบนั่นแหละ เลยไม่ได้จดกันมา] พยายามเข้าเน็ตทางโทรศัพท์ก็เข้าไม่ได้ อนนี่ก็พยายามเดินไปถามคนแถบนั้น...นางก็พูดอังกฤษไม่ค่อยได้ แต่บอกให้เราเดินตามนางไปเรื่อยๆ ...อุตส่าห์โทรศัพท์หาเพื่อนให้เข้าเน็ตหาเบอร์โทรเกสท์เฮ้าส์ แล้วโทรไปถามทางกับ guesthouse โดยตรง จนในที่สุดอนนี่ก็พาอิสาวหลงกรุงสองคนมาส่งถึงที่พัก......โฮฮฮ ซาบซึ้ง....จะวิ่งไปดักหน้าขอถ่ายรูปเพื่อไปประกาศเกียรติคุณซักหน่อย อนนี่เดินหนีไปเสียแล้ว....เราเลยได้แต่ส่งสายตาอันซาบซึ้ง ปิ๊งๆ ไปตามหลังนางแบบเงียบ....ประทับใจ นึกว่าคืนนี้จะหาที่พักไม่เจอเสียแล้ว Wink
 
ไปถึงที่พัก ยังมีหน้าไปวีนเจ้าของที่พักอีกนะว่า ทำไมที่พักหายากจัง....เจ้าของบอก เอ่อ สถานีรฟฟ.มันอยู่ตรงนี้เองนะ ทำไมหากันไม่เจอ เมื่อกี้มีคนโทรมาถามด้วย (ซึ่งอนนี่คนที่ช่วยเรานั่นเอง)...ตอนออกมาหาของกินเพิ่งเห็นว่าที่พักอยู่ใกล้สถานีจริงๆ ด้วย....แต่ที่เราหากันไม่เจอนั้นเพราะเราออกทางผิดจ้า ฮ่วยยย!!!
 
ขึ้นรถไฟฟ้า กรุณาจำทางออกให้ดีว่าออก exit ไหนกันแน่ ไม่งั้นนี่หลงทางไม่รู้ด้วยเน้อ Kiss
 
สบายใจแล้ว ไปหาไรกินกันดีกว่า...ข้างทางของกินเพียบบบ เราตั้งใจว่าจะไปกินของข้างทางแบบในละคร ในหนังเกาหลีบ้างไรบ้าง อิอิ แต่คนเต็มทุกร้าน!!!
 
มาเจอร้านอาหารเล็กๆ ร้านนึง มีรูปเมนูอยู่หน้าร้านด้วย เอาล่ะ รอดและ เดินเข้าร้านไปมีลุงกับป้าช่วยกันเสริฟช่วยกันทำอยู่ 2 คน เราก็ออกไปชี้ๆ ว่าเอาไรมั่ง สั่งมั่วไปงั้นแหละ เพราะไม่รู้ว่าเรียกอะไร...แต่ที่แน่ๆ เราสั่งไวน์ข้าวมาถูกจ้า เพราะมันอยู่ในตู้เย็น อิอิ
 
คุณลุงมาเอากาน้ำมาให้ บอกว่าต้องเทไวน์ข้าวลงในกา แล้วค่อยรินใส่แก้วถึงจะกินได้ โอ้วว ความรู้ใหม่...กินกันเพลิดเพลิน พี่ลิงน้อยแทบจะกอดขวดกลับที่พัก ฮ่าๆ....อาหารที่สั่งมาก็เป็นพวกผักชุบแป้งทอด หรือที่เราเรียกว่าพิซซ่าเกาหลี อันนี้อร่อยย...ส่วนอีกจานเป็นอะไรซักอย่างผัดกับซอสกิมจิ เราก็สงสัยว่ามันคืออะไร คนนึงไม่กินเครื่องใน คนนึงไม่กินหมู ลองกันไปคนละคำยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร เรียกลุงมาถาม....ก็สงสารลุงเพราะไม่รู้ภาษาอังกฤษ ลุงก็น่ารักมากก พยายามอธิบาย จะวาดรูปให้เราดูว่ามันคือสัตว์ประเภทไหน ลุงก็ทำหน้าแบ่บไม่รู้จะวาดยังไง...เราก็พยายามเล่นใบ้คำกัน ปลาใช่มั้ย ปลาหมึกใช่มั้ย หรือมันคือหอย [พร้อมทำท่านิ้วกระดึ๊บๆ] ลุงบอก เดๆๆๆๆ ใช่ๆๆ มันคือหอยค่าพี่น้อง......ในที่สุด ภาษาก็หาใช่อุปสรรคไม่ อิอิ Money mouth
 
 
กินเสร็จเราก็กลับเข้าที่พัก แต่เรื่องคืนนี้มันยังไม่จบ....ที่พักที่เกาหลีถึงจะเป็นห้องพักเล็กๆ แต่มันจะมีประตูสองชั้น ชั้นแรกไว้วางรองเท้า กับมีประตูเข้าห้องน้ำ ก่อนจะมีประตูอีกชั้นเข้าไปที่เตียงนอนใช่มั้ยคะ....ตอนแรกเจ้าของที่พักบอกแล้วว่าประตูชั้นที่สองนั้น ห้ามล๊อค เพราะลูกบิดมันเสีย......ทีนี้ตามสเตปค่ะ เข้าห้องปุ๊บ ล๊อคปั๊บ ชิหายแล้ว เปิดไม่ออก.......Foot in mouth
 
เอิ่มมม จะโทรหาจนท.ข้างล่างก็โทรไม่ได้ จะเคาะก็กลัวรบกวนชาวบ้าน เลยพยายามแงะกันสองคน พยายามบิดไปบิดมา....แงะไปแงะมา ลูกบิดหลุดติดมือออกมาด้วยค่า กรี๊ดดดดดดดดดดด ตายแล้วๆ กูต้องชดใช้ด้วยอะไรฟร่ะเนี่ยยยย.....พยายามยัดลูกบิดกลับไปใหม่ แต่ตอนนั้นประตูก้อเด้งออกมาแล้ว ยัดลูกบิดเข้าไปใหม่ ก็ไม่สำเร็จก็ตัดสินใจกันว่า ช่างแม่มว่ะ...พรุ่งนี้ค่อยไปสารภาพบาป แล้วค่อยหาทางแก้เอาละกัน หึหึ
 
สำหรับคืนนี้เราเหนื่อยกันมามากแล้ว ตั้งแต่คยองจู จนกว่าจะถึงโซล เพราะฉะนั้นนอนพักเอาแรงตะลุยกรุงโซลกันต่ออีก 2 วัน
 
 
CryCryCryCry

Comment

Comment:

Tweet

ค่ะ จะรออ่านต่อทุกประเทศเลย ฮ่าๆๆๆ ต่อจากเกาหลีนี้จะไปเที่ยวไหนกันต่อดีเอ่ย :P

#6 By winter-moonlight on 2013-01-28 20:49

@pachara504311012 น้องกะตักติดนิสัยใครมานะ นิสัยไม่ดีเลย!
อิอิ...หนูรีวิวญี่ปุ่นนะ เอาให้จบภายใน 5-6 เดือนนะ แล้วพี่จะตามรอยไป 5555555+ (ตั๋วพร้อม แต่วีซ่าพี่ไม่พร้อมจิงๆ)

#5 By -ChaChaCha- on 2013-01-28 14:00

คิดถึงบล็อกนี้มากๆค่ะ
ดีใจที่มาอัพต่อ
ตอนนี้หนูก็ดองญี่ปุ่นไว้เหมือนกัน
เอ๊ะ ติดนิสัยใครนะ 5555

#4 By katak on 2013-01-27 23:38

Hot! Hot! กร๊ากก.. อากาศหนาว แล้วปวดเข้... !! พี่กระเจียว หัวเราะ พรวดด แบบยังไม่อยู่เบย 55 question
ซากุระ สวยมาก เหมือนเดิมอ่ะ มาดูกี่ที ๆ ก็ ช๊อปชอบ..อยากไปยืดสูด โอโซน กลิ่นซากุรุ จริงๆ
หลงทาง นี่รสชาติ ชีวิต ดีนะ พี่ว่า..อิอิ.. 
อยากกินหอยเกาหลี จัง.
แล้วจะโดนชาร์จค่าเสียหาย ลูกบิดประตูพังเท่าไหร่น๊า.. open-mounthed smile Hot! Hot!
@winter-moonlight  ฮ่าๆ ดีใจจัง ขอบคุณที่ยังติดตามกันค่ะ
หวังว่าจะจบเกาหลีเร็วๆ นี้ แล้วเดี๋ยวพาไปประเทศอื่นต่อเนอะ
ชีวิตนี้ก็ไม่ค่อยได้ทำมาหากินเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะทำมาหาเที่ยวซะมากกว่า sad smile
ขอบคุณที่ยังแวะมาเที่ยวด้วยกันค่ะ

#2 By -ChaChaCha- on 2013-01-25 14:30

ฮ่า ยังสนุกเหมือนเดิม
อีกไม่กี่วันก็จบแล้วเน๊อะ T T
(อุตส่าห์ติดตามมหากาพย์ของเจ้าของบล็อกมานาน ยังไม่อยากให้จบเลย สารภาพตามจริง 55)
ปีหน้ากะจะไปบ้างแล้ว ขอเก็บค่าตั๋วแป๊บ ><!
ไว้จะมาขอคำปรึกษานะคะ 55

#1 By winter-moonlight on 2013-01-24 22:45